กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธ์ของมนุษย์

กระบวนการนี้ ในมนุษย์เป็นการสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศ (Sexual reproduction) ต้องมีการสร้างเซลล์สืบพันธ์ุ (Human gametogenesis) คือ เซลล์อสุจิ (Sperm) ในเพศชาย และเซลล์ไข่ (Ovum) ในเพศหญิง เมื่อเซลล์ทั้งสองชนิดมารวมกัน ที่เรียกว่า “เกิดการปฏิสนธิ” (Fertilization) จากการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงเวลาที่เพศหญิงมีการตกไข่

กระบวนการสร้างเซลล์อสุจิ (Spermatogenesis: สเปอร์มาโทเจเนซีส)

     เป็นกระบวนการที่ผลิตเซลล์อสุจิมาจากเซลล์ต้นกำเนิด (Primordial germ cells: ไพร์มอร์เดียล เจิร์ม เซลล์) และมีการพัฒนามาเป็นระยะต่าง ๆ เซลล์อสุจินี้จะสามารถทำหน้าที่ในการปฏิสนธิกับไข่ของเซลล์แม่ได้เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ (Reproductive age) เท่านั้น
     ตัวอสุจิ (Sperm) หรือเซลล์สืบพันเพศชายสร้างมาจากลูกอัณฑะ (Testicles: เทสทิเคิล) ในส่วนของท่อเซมินิเฟอรัส (Seminiferous tubule) 
- เซอร์โทไล เซลล์ (Sertoli cell) ทำหน้าที่คือ
  ก) เป็นเซลล์ค้ำจุนของท่อ Seminiferous ให้คงรูปอยู่ได้
  ข) มีส่วนช่วยในการกระตุ้นให้มีการพัฒนาของอสุจิ โดยรับฮอร์โมน ฟอลลิเคิล สติทูเลทิง (follicle stimulating hormone: FSH) จากต่อมใต้สมอง
  ค) ทำหน้าที่เป็นตัวกรองเลือด (Blood testis barrier) คือ เลือดจะไม่ได้เข้ามาหล่อเลี้ยงในท่อโดยตรง แต่จะมีออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ และฮอร์โมนบางชนิดเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้ามาได้ ทั้งนี้เนื่องจากในเลือดจะเม็ดเลือดขาว (White blood cell) ที่คอยทำหน้าที่ขจัดหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกาย เนื่องจากโครงสร้างของเซลล์อสุจิไม่เหมือนกับเซลล์ทั่วไป เม็ดเลือดขาวจึงมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมของร่างกายที่ต้องทำลายทิ้งนั่นเอง

กระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์เพศชาย ประกอบด้วย

     เซลล์อสุจิมีต้นกำเนิดมาจาก ไพมอร์เดียล เจิร์ม เซลล์ (Primordial Germ Cell) คือ เซลล์ซึ่งพบในอวัยวะสืบพันธุ์ของสัตว์ในระยะเอ็มบริโอหรือระยะตัวอ่อนในครรภ์ ต่อไปจะแบ่งตัวสร้างสเปอร์มาโทโกเนียมในเพศผู้ ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเป็นสเปอร์ม และสร้างโอโอโกเนียมในเพศเมีย ซึ่งจะพัฒนาต่อไปเป็นไข่
     ระยะที่ 1 จะมีการแบ่งตัวแบบไทโธซีส คือ เซลล์ลูกที่ได้จากเซลล์แม่จะมีลักษณะเหมือนกับเซลล์แม่ทุกประการ โครโมโซมยังเป็น 2n โดยจะมีการแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนไปเรื่อย ๆ 
     ระยะที่ 2 จะมีการพัฒนาการของเซลล์ได้เป็นเซลล์สเปอร์มาโทโกเนียม (Spermatogonium) ซึ่งยังมีลักษณะเหมือนเซลล์แม่ทุกประการ
     *** ในระยะที่ 1-2 เป็นช่วงที่อยู่ในครรภ์มารดา ***
     ระยะที่ 3 FSH เป็นโฮร์โมนที่ไปกระตุ้นพัฒนาการของเซลล์อสุจิในเพศชาย และเซลล์ไข่ในเพศหญิง เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เรียนระยะนี้ว่า "เซลล์อสุจิระยะที่1 (Primary spermatocyte) ระยะนี้เซลล์จะยังมีโครโมโซมแบบ 2n อยู่เหมือนกับเซลล์แม่
     ระยะที่ 4 จะมีการแบ่งตัวแบบ ไมโอซีส 1 (Meiosis I) เรียกว่า "เซลล์อสุจิระยะที่ 2 (Secondary spermatocyte) หลังการแบ่งตัวเซลล์อสุจิจะมีลักษณะแตกต่างไปจากเซลล์แม่ คือ เหลือโครโมรโซมเพียงครึ่งเดียว (n) 
     ระยะที่ 5 มีการแบ่งตัวแบบ ไม่โอซีส 2 (Meiosis II) จะได้เป็นเซลล์ที่เรียกว่า สเปอร์มาติด (Spermatid) เป็นแบบ n เช่นกัน
     ระยะที่ 6 เรียกว่าระยะ "สเปอร์ไมโอเจเนซีส" (Spermiogenesis) เป็นระยะที่เซลล์อสุจิพัฒนาเต็มที่พร้อมที่จะปฏิสินธิกับไข่ของเพศหญิง เรียกเซลล์ระยะนี้ว่า "สเปอร์มาโตซัว" (Spermatozoa) เราสามารถเรียกระยะนี้ได้ว่าเป็น "วัยเจริญพันธ์ุ"  (Reproductive age)  

กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ หรือสืบพันธ์เพศหญิง (Oogenesis โอโอเจเนซีส)

     Oogenesis เป็นกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของเพศเมีย คือ การสร้างไข่ (Ovum: โอวัม) สำหรับผสมกับเซลล์อสุจิ (Sperm: สเปิร์ม) ของเพศผู้นั่นเอง
     ระบบสืบพันธุ์ของเพศเมีย (Female Reproductive System) ประกอบด้วย
     1) รังไข่ (Ovary: โอวารี)
     2) ท่อนำไข่ (Fallopain tube: ฟอลลอเปียน ทูป)
     3) มดลูก (Uterus: ยูเทอรัส)
     4) ปากมดลูก (Cervix: เซอร์วิส)
     5) ช่องคลอด (Vagina: วาไจนา)
     6) ปากช่องคลอด (Vagina opening: วาไจนา โอเพนนิ่ง)

ขั้นตอนกระบวนการสร้างเซลล์ไข่

หน้า: 1 2